แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ระวัง! ริ้วรอยก่อนวัยอันควร อาจแจ้งเตือนปัญหาโรคหัวใจ

จำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่น ชุด เสื้อผ้าเกาหลี เสื้อผ้าฮ่องกง เสื้อผ้าไต้หวัน ชุดเดรสแฟชั่น ชุดแซก ชุดทำงาน เสื้อคลุมแฟชั่น ชุดออกงานหรู ชุดเดรสน่ารัก เสื้อคู่แฟชั่น เสื้อคู่รักเกาหลี เครื่องประดับแฟชั่น เข็มขัดแฟชั่น กางเกง จั๊มสูท ผ้าพันคอ เสื้อกันหนาว กระโปรง กระเป๋าแฟชั่น สินค้าคุณภาพเกรด A ราคายุติธรรม
ร้านเสื้อผ้าแฟชั่นร้านนี้ หมวยทำคนเดียวค่ะ ไม่มีหุ้นส่วน สั่งเข้าเอง ส่งสินค้าเอง 
อัพเดทสินค้าเอง หากมีข้อผิดพลาด บางทีเบลอๆ รบกวนแจ้งค่ะ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ^_____^




จากนี้ไปการที่คุณเริ่มมีริ้วรอยแห่งวัย อาจไม่ใช่สัญญาณเตือนให้ต้องเลือกใช้ครีมบำรุงอย่างเข้มข้นขึ้นเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว เพราะมันยังเป็นสัญญาณว่า คุณอาจกำลังตกอยู่ในภาวะของโรคหัวใจและเส้นเลือดด้วย!

          การศึกษาระยะยาวถึง 35 ปี จากทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลับโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ที่ได้ติดตามศึกษาชาย-หญิง อายุ 40 ปีขึ้นไป จำนวน 10,885 ราย ซึ่งเป็นสมาชิกผู้เข้าร่วมโครงการ Copenhagen Heart Study พบว่า สัญลักษณ์แห่งวัยบางอย่าง ได้แก่ ติ่งหูมีรอยหยัก แนวผมร่นลงที่ขมับ หัวล้าน-ผมบางที่กลางศีรษะค่อนไปด้านหลัง และ มีตุ่มไขมันขึ้นรอบดวงตา (xanthelasmata) กลายเป็นอาการซึ่งชี้บ่งถึงโรคหัวใจ ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน และโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดได้ ตามรายงานจากหมวดสุขภาพ เว็บไซต์ thestar

          โดยพบว่า 57% ของผู้ที่มีอาการเหล่านี้มากกว่า 3 ประการขึ้นไป เสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน และ 39% มีโอกาสสูงที่จะเป็นโรคหัวใจ ทั้งยังพบภาวะคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดสูงร่วมด้วย

          อย่างไรก็ตาม แม้ไม่อาจฟันธงได้ชัดเจนว่า ผู้ที่ป่วยด้วยโรคหัวใจและโรคเกี่ยวเนื่องกับหลอดเลือด จะต้องมีอาการดังที่กล่าวเช่นนี้ทุกราย แต่ผู้ที่มีสัญญาณแห่งวัยเหล่านี้ร่วมกันหลายประการ ก็มีโอกาสที่จะเสี่ยงต่อโรคดังกล่าวสูงกว่า เพราะฉะนั้นคุณผู้หญิงรวมทั้งคุณผู้ชายคนไหนที่สังเกตเห็นว่า ตนเองก็เริ่มมีสัญญาณแห่งวัยบางประการที่ตรงกันเช่นนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง ก็ควรจะปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น รวมทั้งไปพบคุณหมอเพื่อตรวจสุขภาพให้มั่นใจ .. อย่ามัวแต่ทำทรีตเม้นต์หรือใช้ครีมลดเลือนริ้วรอยแต่อย่างเดียวนะคะ !!

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เพื่อความปลอดภัย อย่าได้จุ่มลวกช้อนส้อม

จำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่น ชุด เสื้อผ้าเกาหลี เสื้อผ้าฮ่องกง เสื้อผ้าไต้หวัน ชุดเดรสแฟชั่น ชุดแซก ชุดทำงาน เสื้อคลุมแฟชั่น ชุดออกงานหรู ชุดเดรสน่ารัก เสื้อคู่แฟชั่น เสื้อคู่รักเกาหลี เครื่องประดับแฟชั่น เข็มขัดแฟชั่น กางเกง จั๊มสูท ผ้าพันคอ เสื้อกันหนาว กระโปรง กระเป๋าแฟชั่น สินค้าคุณภาพเกรด A ราคายุติธรรม
ร้านเสื้อผ้าแฟชั่นร้านนี้ หมวยทำคนเดียวค่ะ ไม่มีหุ้นส่วน สั่งเข้าเอง ส่งสินค้าเอง 
อัพเดทสินค้าเอง หากมีข้อผิดพลาด บางทีเบลอๆ รบกวนแจ้งค่ะ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ^_____^



           เรื่อง กินเรื่องใหญ่ ใครๆ ก็รู้ และเพื่อสิ่งที่ดีกว่า เราต่างก็มีความพิถีพิถันเสาะหาสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อให้มื้ออาหารนั้นมีความปลอดภัยต่อสุขภาพร่างกายของเรา การเลือกสรรอุปกรณ์การกินที่เรารู้สึกว่าสะอาดปลอดภัยก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ ผู้บริโภคทำอย่างสม่ำเสมอ ขอเปลี่ยนได้ก็ขอ เช็ดได้ก็เช็ด (แม้ว่าจะต้องใช้กระดาษทิชชู่สีชมพูก็ตาม) และอีกอย่างหนึ่งที่ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมการกินของเราที่พบมากขึ้น เรื่อยๆ โดยเฉพาะบริเวณศูนย์อาหารในศูนย์การค้า หรือโรงอาหารในสถาบันต่างๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ คือหม้อหุงข้าวเปิดฝาบรรจุน้ำร้อนสำหรับให้ผู้บริโภคนำช้อนส้อมตะเกียบมาลวก ฆ่าเชื้อโรค
          กล่าวกันว่า การลวกช้อนส้อมได้กลายมาเป็นที่นิยมในประเทศไทยหลังจากมาตรการควบคุมการ ระบาดของโรคไวรัสตับอักเสบเอที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งทำให้ศูนย์อาหารหลายแห่งนำไปใช้บ้างจนหม้อหุงข้าวลวกอุปกรณ์การกินแพร่ กระจายไปทั่วประเทศ หลักการของการจุ่มลวกช้อนส้อมเหล่านี้ ก็มาจากการที่เราทราบกันว่า น้ำร้อนสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ เชื้อโรคที่น่ากลัวเหล่านั้น ก็คือพวกจุลินทรีย์ สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า พวกไวรัส และแบคทีเรียก่อโรคต่างๆ ที่หากร่างกายได้รับเข้าไปแล้วนั้น จะทำให้มีอาการเจ็บป่วยตั้งแต่เล็กน้อย ไปจนร้ายแรงถึงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นทำให้ผู้บริโภคท้องเสีย อาเจียน เป็นโรคต่างๆ ปวดศีรษะ และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ นั่นก็คือสาเหตุที่ทำให้คนเราเกลียดชังเชื้อโรคกันมาก และหวังว่าจะสามารถกำจัดออกไปจากอุปกรณ์ช้อนส้อมของเราได้ด้วยตนเอง
          แต่การทำลายเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ ต้องการอุณหภูมิที่สูงกว่า98 องศาเซลเซียส และใช้เวลานานถึง 4 นาที คำถามจึงมีอยู่ว่า ถ้าเช่นนั้น ลวกเพียงครู่เดียวแล้วได้อะไรขึ้นมา การแก้ปัญหา เบื้องต้นสำหรับผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็คือ ยืนจุ่มช้อนส้อมและจับเวลาให้ได้ 4 นาที เพื่อให้ได้ช้อนส้อมที่สะอาดปราศจากเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ แต่ปัญหาของน้ำร้อนในหม้อหุงข้าวตามศูนย์อาหารทั่วไปความจริงแล้วคือ อุณหภูมิน้ำไม่สูงพอที่จะทำลายเชื้อโรคได้ นอกจากจะไม่ทำให้เชื้อโรคตาย ยังทำให้เชื้อโรคเพิ่มจำนวนมหาศาลสะสมอยู่ในน้ำนั้นอีกด้วย ด้วยความที่ไม่ได้มีการเปลี่ยนน้ำใหม่ทุกชั่วโมง และที่สำคัญในการเอาตัวรอดของสิ่งมีชีวิตตัวอย่างเช่นแบคทีเรียบางพวก ซึ่งโดยปกติแล้วสามารถเจริญเติบโตได้ดีในช่วงอุณหภูมิหนึ่งๆ อย่าง 20-45 องศาเซลเซียส หากเรานำไปจุ่มในน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 45 องศาเซลเซียส แต่เป็นอุณหภูมิที่ยังไม่สามารถฆ่าแบคทีเรียเหล่านั้นให้ตายได้ ถือว่าเราได้สร้างสภาวะความเครียดต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่แบคทีเรีย เป็นสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิตในการดำรงเผ่าพันธุ์นั่นเองที่ทำให้แบคทีเรีย เพิ่มจำนวนขึ้นอีกมากมายเพื่อให้รุ่นต่อไปอยู่รอดได้มากที่สุดเนื่องจากมัน รู้สึกว่า วิกฤตของชีวิตได้มาถึงแล้ว
           ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าการจุ่มลวกด้วยระยะเวลาสั้นๆ และอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม รังแต่จะทำให้มีเชื้อโรคปนเปื้อนมากับอาวุธรับประทานอาหารมากยิ่งขึ้นไปกว่า เดิมเสียอีก หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มักลังเล ไม่กล้าที่จะจุ่มลวกช้อนส้อมลงในหม้อหุงข้าวเหล่านั้นก่อนนำไปใช้ และอาจต้องทำหน้าเบ้เมื่อเห็นเศษข้าวลอยปนอยู่ในหม้อนั้นอีกต่างหาก ดิฉันขอสนับสนุนให้คุณทำหน้าเบ้ต่อไป และอย่าได้เอาช้อนส้อมและตะเกียบของคุณไปจุ่มลงในน้ำร้อนนั้นอีกเลยนะคะ

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

6 วิธีป้องกันรองเท้ากัด

        จำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่น ชุด เสื้อผ้าเกาหลี เสื้อผ้าฮ่องกง เสื้อผ้าไต้หวัน ชุดเดรสแฟชั่น ชุดแซก ชุดทำงาน เสื้อคลุมแฟชั่น ชุดออกงานหรู ชุดเดรสน่ารัก เสื้อคู่แฟชั่น เสื้อคู่รักเกาหลี เครื่องประดับแฟชั่น เข็มขัดแฟชั่น กางเกง จั๊มสูท ผ้าพันคอ เสื้อกันหนาว กระโปรง กระเป๋าแฟชั่น สินค้าคุณภาพเกรด A ราคายุติธรรม
ร้านเสื้อผ้าแฟชั่นร้านนี้ หมวยทำคนเดียวค่ะ ไม่มีหุ้นส่วน สั่งเข้าเอง ส่งสินค้าเอง 
อัพเดทสินค้าเอง หากมีข้อผิดพลาด บางทีเบลอๆ รบกวนแจ้งค่ะ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ^_____^


          เพิ่งจะช้อปรองเท้าคู่ใหม่ สวยกิ๊งเมื่อวาน วันนี้ขอประเดิมลองใส่ไปทำงานเป็นวันแรก แต่กลับปรากฏว่า ยังเดินทางไปไม่ถึงที่ทำงานก็ต้องแวะซื้อรองเท้าแตะมาเปลี่ยนซะแล้ว ทำไมน่ะเหรอ ก็รองเท้ามันกัดน่ะสิ ทั้งที่ส้นเท้า แล้วก็สีกับหน้าเท้าจนแดงเป็นปื้นไปหมด เจ็บจนหายเห่อรองเท้าคู่สวยเลยล่ะ เฮ้ออ จะแก้ปัญหาเรื่องรองเท้ากัดยังไงดีนะเนี่ย..

       1. ทาออยล์

          ทาน้ำมันอย่างน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันละหุ่ง ลงไปด้านในรองเท้าที่มีทีท่าว่าจะต้องกัดเท้าคุณแน่ ๆ (รองเท้าหนังก็สามารถใช้วิธีนี้ได้นะ) ทิ้งเอาไว้ 2-3 วัน แล้วจึงค่อยหยิบมาใส่ น้ำมันที่ทาไปจะช่วยให้รองเท้าของคุณนุ่มขึ้น ป้องกันการถูกรองเท้ากัดได้เป็นอย่างดี

       2. ทาวาสลีนหรือน้ำมันฝรั่ง

          อีกหนึ่งวิธีง่าย ๆ คือการใช้วาสลีนทาหนา ๆ ลงไปในรองเท้าตรงบริเวณที่กัดคุณ ทิ้งเอาไว้ 2- 3 ชั่วโมง เช็ดออกด้วยสำลี แล้วจึงนำไปใส่ตามปกติ หรือจะใช้น้ำมันฝรั่งคั้นสดชโลมตรงรองเท้าที่ห่อหุ้มด้านข้อเท้าของคุณก็ได้ วิธีนี้จะทำให้หนังนุ่มขึ้นจากภายใน

       3. โรยแป้ง

          โรยแป้งที่เท้า และทาที่ด้านในรองเท้าทุกครั้งก่อนที่จะสวมรองเท้าคู่ใหม่ ความลื่นของแป้งจะช่วยให้เท้าไม่เสียดสีกับด้านในรองเท้ามากนัก แถมยังดูดความชื้นได้ ช่วยให้ใส่รองเท้าได้สบายขึ้น แต่เหมาะกับรองเท้าที่ไม่กัดมากเท่านั้น

       4. แปะแผ่นกันรองเท้ากัดหรือสวมถุงเท้า

          วิธียอดนิยมอีกหนึ่งประการก็คือ แปะแผ่นกันรองเท้ากัดไว้ในรองเท้า ซึ่งจะช่วยลดการเสียดสีระหว่างเท้ากับรองเท้าแข็ง ๆ ช่วยให้ใส่รองเท้าได้กระชับพอดีขึ้น หรือจะหาซื้อถุงเท้ามาใส่ เพื่อป้องกันการเสียดสีก็ได้ เดี๋ยวนี้มีถุงเท้าสั้น ๆ ที่ห่อหุ้มเฉพาะส่วนของเท้า (เป็นถุงเท้าคู่เล็ก สั้นกุด ไม่ห่อหุ้มข้อเท้า) เพื่อใส่กับรองเท้าผู้หญิงโดยเฉพาะด้วย

       5. เลือกรองเท้าที่ใส่สบาย

          นี่เป็นวิธีแก้ปัญหาที่สาเหตุและได้ผลดีมากที่สุด เพราะส่วนใหญ่แล้วสาว ๆ มักซื้อรองเท้าคู่ใหม่โดยดูจากดีไซน์และลวดลายที่ถูกใจ มากกว่าที่จะคำนึงถึงความสะดวกสบายในการใส่ (หรือไม่ก็คิดว่าใส่ไปแล้วเดี๋ยวรองเท้าก็ขยายเอง .. ขอบอกว่า หากความรู้สึกแวบแรกบอกว่าใส่มันแล้วไม่สบายเท้า โอกาสที่ในอนาคตจะใส่มันแล้วถูกกับเท้าคุณมากขึ้นนั้นมีน้อยมาก ๆ เลยค่ะ) เพราะฉะนั้นครั้งต่อไป จำเป็นต้องให้ "ความสะดวกสบายในการสวมใส่" เข้ามามีส่วนร่วมเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาซื้อรองเท้าด้วย หากสวย ดีไซน์โดน แต่ใส่แล้วไม่สบายเท้า ก็ตัดใจเสียเถอะค่ะ .. ไม่คุ้มที่จะแลกรองเท้าคู่เดียว กับเท้าที่เหวอะเป็นแผลเลยเนอะ จริงไหม

       6. ถูด้วยขี้ผึ้ง

          ถูรองเท้าบริเวณที่กัดด้วยเทียนขี้ผึ้ง ขี้ผึ้งจะทำให้รองเท้านิ่ม และลื่นใส่ง่ายขึ้น ป้องกันการถูกรองเท้ากัดได้


          จากนี้ไปซื้อรองเท้าคู่ใหม่เมื่อไหร่ หากกลัวว่าจะถูกรองเท้ากัด ก็อย่าลืมนำวิธีเหล่านี้ไปใช้กันดูนะคะ

วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เคล็ดลับ ปราบเซลลูไลท์ให้อยู่หมัด


จำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่น ชุด เสื้อผ้าเกาหลี เสื้อผ้าฮ่องกง เสื้อผ้าไต้หวัน ชุดเดรสแฟชั่น ชุดแซก ชุดทำงาน เสื้อคลุมแฟชั่น ชุดออกงานหรู ชุดเดรสน่ารัก เสื้อคู่แฟชั่น เสื้อคู่รักเกาหลี เครื่องประดับแฟชั่น เข็มขัดแฟชั่น กางเกง จั๊มสูท ผ้าพันคอ เสื้อกันหนาว กระโปรง กระเป๋าแฟชั่น สินค้าคุณภาพเกรด A ราคายุติธรรม
ร้านเสื้อผ้าแฟชั่นร้านนี้ หมวยทำคนเดียวค่ะ ไม่มีหุ้นส่วน สั่งเข้าเอง ส่งสินค้าเอง 
อัพเดทสินค้าเอง หากมีข้อผิดพลาด บางทีเบลอๆ รบกวนแจ้งค่ะ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ^_____^



              เซลลูไลต์หรือที่บางครั้งเรียกว่า ผิวเปลือกส้มนั้น เป็นสิ่งกวนใจผู้หญิงอย่างเราๆ กันมากค่ะ และเจ้าเซลลูไลต์นี้ไม่ได้เลือกขึ้นเฉพาะคนอวบเจ้าเนื้อเท่านั้น แต่เกิดขึ้นได้กับสาวทุกไซส์ ครีมหลากชนิดที่บรรยายสรรพคุณกำจัดเซลลูไลต์ส่วนใหญ่ก็ใช้ไม่ได้จริง ดังนั้น เรามีวิธีง่ายๆ เพื่อกำจัดเซลลูไลต์มาฝากกันค่ะ

Step1

           กินผักผลไม้สดให้มาก

Step2

           ขัดผิวทุกครั้งเวลาอาบน้ำช่วงเช้า จะช่วยให้เลือดไหลเวียนสะดวก ผลัดเซลล์ผิว

Step3

           งดอาหารขยะทุกชนิด

Step4

           ไม่กินน้ำอัดลม แอลกอฮอล์ทุกประเภท

Step5

           อาบน้ำอุ่น ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตให้เป็นไปโดยสะดวก

Step6

           ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน เดินหรือวิ่งเหยาะๆ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30-45 นาที